วันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

15 อาหารช่วยเร่งให้ร่างกายเผาผลาญ
การลดน้ำหกโดยเลือกรับนัประทานอาหารให้ถูกวิธีมีชัยไปกว่าครึ่ง วันนี้เรามีอาหาร 15 อย่าง ที่ยิ่งทานก็ยิ่งช่วยเร่งการเผาผลาญในร่างกายได้ดี และยิ่งลดน้ำหนักได้ง่ายขึ้นมาฝาก


1. ส้มโอ
ช่วยลดระดับอินซูลิน เพิ่มประสิทธิภาพในการเผาผลาญ และควบคุมระดับในตาลในเลือดได้ดีอีกด้วย
2. ชาเขียว
ในชาเขียวมีสารประกอบที่ชื่อว่า คาเตชินซึ่งจะช่วยให้การออกซิเดชั่นไขมันดีขึ้น และนอกจากชาเขียวจะช่วยกำจัดไขมันในร่างกายแล้วมันยังเร่งอัตราการเผาผลาญไขมันในร่างกายได้ดีด้วยค่ะ แถมยังมีสารช่วยต่อสู้กับโรคมะเร็งและช่วยสร้างระบบภูมิคุ้มกันให้กับร่างกายด้วย
3. โยเกิร์ต
คนที่ทานโยเกิร์ตควบคู่ไปพร้อมกับการทานอาหารแต่ละมื้ออยู่เสมอสามารถลดน้ำหนักได้มากกว่าคนที่ไม่ทานโยเกิร์ตถึงร้อยละ 22 และลดไขมันในร่างกายได้มากกว่าคนที่ไม่ทานโยเกิร์ตถึงร้อยละ 61 อ้อแต่หากจะทานโยเกิร์ตอย่าลืมเลือกโยเกิร์ตรสธรรมชาติที่ไม่เติมน้ำตาลหรือผลไม้ลงไปจะดีที่สุดค่ะ
4. อัลมอนด์
ถั่วอัลมอนด์มีทั้งโปรตีน และไฟเบอร์ในปริมาณสูงแถมยังช่วยเร่งอัตราเมตาบอลิซึมในร่างกายได้ และหากทานอัลมอนด์ทุกๆ วัน จะช่วยระงับความหิวและยังให้สารอาหารชั้นดีในยามที่คุณไดเอ็ตอีกด้วย
5. กาแฟดำ
คาเฟอีนในกาแฟจะมีประโยชน์ต่อกระเพาะโดยตรง สร้างน้ำย่อยที่กระเพาะและตับอ่อนเพิ่มขึ้น ไขมันจึงถูกเผาผลาญ คาเฟอีนยังสามารถช่วยเพิ่มการเผาผลาญพลังงานในช่วงสั้นๆ คาเฟอีนในกาแฟ 2 ถ้วยสามารถเพิ่มการเผาผลาญพลังงานได้มากถึง 50 แคลลอรี่ต่อชั่วโมง ต่อเนื่องเป็นเวลา 4 ชั่วโมง
6. ไก่งวง
ในไก่งวงมีโปรตีนและไขมันต่ำ ซึ่งช่วยให้ร่างกายเร่งการเผาผลาญไขมันได้เป็นอย่างดี ป้องกันโรคสมองเสื่อม โรคอ้วน โรคหัวใจ สร้างภูมิต้านทานให้ร่างกาย
7. แอปเปิ้ล
ช่วยเสริมประสิทธิภาพให้กล้ามเนื้อเพิ่มขึ้น ช่วยต้านอนุมูลอิสระ เนื่องจากเต็มไปด้วยสารเควอซิทีน ช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อลดอาการปวดหรืออักเสบถ้าคุณโหมหนักจากการออกกำลังกาย แอปเปิ้ลช่วยดูดซับไขมันไม่ให้เข้าไปในพุงด้วย แล้วยังได้ไฟเบอร์ที่ปรับระบบทางเดินอาหารให้ดีขึ้นอีก
8. ผักโขม
ช่วยกระตุ้นต่อมเร่งการเผาผลาญ ช่วยกระตุ้นให้ต่อมไร้ท่อต่างๆ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเผาผลาญอาหารทำงานอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ชะลอวัย ผักชนิดนี้อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินเค แคลเซียม เหล็ก และแมกนีเซียม
9. ถั่ว
ช่วยกระตุ้นฮอร์โมนเทสโทสเทอโรน ซึ่งจะช่วยเร่งสร้างกล้ามเนื้อ และเผาผลาญไขมัน นอกจากนี้ยังมีวิตามิน อี ไนอาซีน แมกนีเซียม โปรตีนจากพืช และไขมันโมเลกุลเดี่ยวที่จะช่วยจับไขมันที่ไม่ดีมาเผาผลาญ
10. พริก
ในพริกมีสารที่ชื่อว่า แคปไซซินที่จะไปช่วยเพิ่มความร้อนในร่างกาย และยังช่วยสลายไขมัน ควบคุมอาการหิว และเพิ่มพลังงานของกล้ามเนื้อช่วยเร่งให้คุณออกกำลังได้ดียิ่งขึ้น
11. บร็อกโคลี่
มีสารอาหารอย่าง แคลเซียมช่วยให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรี่ที่จะสะสมไว้เป็นไขมันส่วนเกินได้ และบร็อกโคลี่ก็มีดีที่เป็นแหล่งแคลเซียมซึ่งไม่มีไขมัน ปริมาณแนะนำต่อวัน : 1 1/2 ถึง 2 ถ้วย
12. เครื่องเทศ
ความเผ็ดร้อนของเครื่องเทศ สามารถกระตุ้นระบบเผาผลาญให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น
13. อบเชย
เป็นเครื่องเทศที่ช่วยเผาผลาญและสร้างกล้ามเนื้อ และยังช่วยควบคุมความหิวได้ดีอีกด้วย
14. นมถั่วเหลือง
จะช่วยเร่งการเผาผลาญไขมันลดการสะสมไขมันเก่าและการสูญเสียโปรตีนของกล้ามเนื้อ จึงทำให้กล้ามเนื้อกระชับ ไร้ไขมันส่วนเกิน และโปรตีนจากถั่วเหลืองนี้ สามารถลดคลอเรสเตอรอลในเลือดได้ และลดโอกาสเสี่ยงของโรคหัวใจ ช่วยทำให้ผิวพรรณดี กระชับ เต่งตึง ผ่องใส ผิวพรรณไม่เหี่ยวย่น และยังช่วยควบคุมน้ำหนักได้ดี เพราะโปรตีนถั่วเหลืองช่วยให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้ดี
15. ข้าวโอ๊ต
คาร์โบไฮเดรตจากข้าวโอ๊ตจะไม่ดูดซึมแล้วแปรเปลี่ยนเป็นน้ำตาลในร่างกาย เพราะฉะนั้นมั่นใจได้เลยว่า หากทานข้าวโอ๊ตแล้วมันจะช่วยให้น้ำหนักของคุณลดลงได้อย่างน่าแปลกใจ นอกจากนี้ข้าวโอ๊ตยังทำให้คุณอิ่มได้นานและทำให้คุณไม่เกิดความรู้สึกอยากทานอาหารมากเกินไปด้วย


ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก http://www.fearfatclub.com/2013/02/15foods-metabolism/

วันเสาร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

6 วิธีออกกำลังกายเผาผลาญไขมัน

ปัจจุบันโรคอ้วน ถือว่ามีสถิติเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว เนื่องจากวิถีชีวิตในการกินของผู้คนนั้นเปลี่ยนไป ในวันนี้มีวิธีที่เผาผลาญไขมันที่บรรลุเป้าและมีประสิทธิภาพเร็วที่สุด มาแนะนำกัน

1.มวยไทย :800 แคลอรี่/ ชั่วโมง
ถือเป็นการออกกำลังกายแบบเต็มรูปแบบที่ดี เพราะคุณจะได้ใช้กล้ามเนื้อในทุกส่วน และมันทำให้การเต้นหัวใจเพิ่มขึ้น เลือดสูบฉีด นี่ถือเป็นวิธีที่เหมาะสมในการลดน้ำหนัก โดย 24 Hour Fitness clubs  ได้เผยว่านักเรียนในคลาสของเขานั้นสามารถเผาพลาญได้ถึง 800 แคลอรี่/ ชั่วโมง  ในการเล่นมวยไทย

2.ขี่จักรยาน :700 แคลอรี่/ ชั่วโมง
คุณสามารถเผาผลาญได้ถึง 700 แคลอรี่ในการปั่นจักรยานในฟิตเนส อีกทั้งคุณสามารถนำไปใช้กับการปั่นบนถนนด้วยตัวคุณเองพร้อมกับเพลิดเพลินในการสูดอากาศบริสุทธิ์ ...แต่อย่าลืมว่าการที่จะเผาพลาญพลังงาน 700 แคลอรี่/ ชั่วโมง จะต้องปั่นในระยะเฉลี่ย  14-16 ไมล์ต่อชั่วโมง
3.การเต้น Zumba  500 แคลอรี่หรือมากกว่า/ ชั่วโมง
Zumba  หรือการเต้นในแบบลาติน (FitnessZumba.com) มาจากศัพท์ภาษาโคลอมเบียน เป็นการออกกำลังกายที่ช่วยเผาพลาญอาหารที่รับประทานได้อย่างมาก และเน้นที่อัตราการเต้นของหัวใจ ถือเป็นการเต้นที่กำลังได้รับความนิยมมากที่สุดในเวลานี้  เพราะผสมผสานทั้ง Salsa, rumba, mambo, calypso, hiphop, belly dancing เข้าไว้ด้วยกัน

4.กระโดดเชือก :780 แคลอรี่/ ชั่วโมง
การกระโดดเชือกทุก 10 นาทีมีประสิทธิภาพในการเผาพลาญแคลอรี่ ได้ถึง 130 แคลอรี่ (780 แคลอรี่/ ชั่วโมง ) จากรายงานของ  MedicineNet.com  นี่จึงเป็นทางเลือกที่ดีสำหรับคนที่ต้องการจะลดน้ำหนัก แต่การออกกำลังกายวิธีนี้คุณจะต้องมีความอดทนอยู่พอสมควร เพราะจะต้องรักษาความเร็วและจังหวะในการกระโดดให้สัมพันธ์กัน ที่สำคัญเว็บไซต์ 24 Hour Fitness Club ยังบอกว่าวิธีการนี้ถือเป็นการเพิ่มมวลกระดูก โดยสูญเสียไขมันไปด้วย

5.แอโรบิค :600 แคลอรี่/ ชั่วโมง
เรียกว่าช่วยในการลดน้ำหนักได้อย่างยิ่งยวด และมีผลในการเผาผลาญไขมัน และ แคลอรี่อย่างสูง ซึ่งแคลอรี่ ที่เผาผลาญนั้นก็ขึ้นอยู่ว่าคุณจะเต็มที่เท่าไหน แต่ถ้าการที่คุณเข้าคลาส แอโรบิค
ชั่วโมงคุณจะสามารถเผาพลาญแคลอรี่ได้ถึง 600 แคลอรี่

6. วิ่ง : 650 แคลอรี่/ ชั่วโมง
จากผลการสำรวจพบว่า คนที่หนัก 145 ปอนด์  (65 กิโลกรัม) วิ่ง 1 ไมล์ ภายในสิบนาที ได้ติดต่อกันหนึ่งชั่วโมงจะสามารถเผาผลาญได้ถึง 650 แคลอรี่ การวิ่งถือเป็นการเพิ่มสมรรถภาพของหัวใจและหลอดเลือด และการวิ่ง 3 นาที หยุดเดิน 1 นาที จะเป็นการปรับสมดุลอัตราหัวใจให้กลับคืนมา นอกจากนั้นยังเป็นการเผาผลาญไขมันได้อีกด้วย


ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : http://life.voicetv.co.th/living/3699.html
รอบรู้เรื่องการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย (อ.ส.ม.ท.)
          ในความเป็นจริงเมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายของเราจะเผาผลาญแคลอรีลดลง ส่งผลให้ผู้หญิงมักมีน้ำหนักขึ้นเฉลี่ยปีละครึ่งกิโลกรัมเป็นอย่างน้อย ซึ่งเราสามารถแก้ปัญหานี้ด้วยการปรับตาราง เพื่อเผาผลาญแคลอรี่ไม่ให้น้ำหนักตัวเพิ่มตามอายุ ต่อไปนี้คือคำตอบจะบอกคุณได้

  จริงหรือไม่ที่ว่า การดื่มน้ำปริมาณที่ถูกต้องช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้
          จริง : ปฏิกิริยาสารเคมีในร่างกายทั้งหมดรวมถึงการเผาผลาญพลังงาน ขึ้นอยู่กับน้ำถ้าขาดน้ำก็อาจเผลาผลาญแคลอรีน้อยลงไป 2% การศึกษาของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งจากการทดลองกับผู้ใหญ่ 10 คนที่ดื่มน้ำหลากหลายชนิดใน 1 วัน พบว่าคนที่ดื่มน้ำขนาด 8 ออนซ์ วันละ 8-10 แก้วมีอัตราการเผาผลาญพลังงานสูงกว่าคนที่ดื่มแค่ 4 แก้ว
          เคล็ดลับ : ถ้าปัสสาวะเป็นสีเข้มแสดงว่าดื่มน้ำน้อย ให้พยายามจิบน้ำ 1 แก้วก่อนมื้ออาหารทุกมื้อรวมถึงของว่างเพื่อให้มีน้ำในตัวเสมอ

  จริงหรือไม่ที่ การไดเอตลดอัตราการเผาผลาญพลังงานตอนพักผ่อนของคุณลงไป ทำให้ลดน้ำหนักยาก
          จริง : ทุกกิโลที่ลด อัตราการเผาผลาญพลังงานตอนพักผ่อนของคุณลดลงวันละ 2-10 แคลอรี ถ้าลดน้ำหนักไป 4.5 กิโล คุณต้องกินแคลอรีน้อยลงไปอีก 20-100 แคลอรีเพื่อรักษาหุ่นเพรียวเอาไว้ ไม่นับการออกกำลังกาย วิธีลดไขมันโดยรักษากล้ามเนื้อให้คงอยู่ไว้คือ คือลดแคลอรี และเพิ่มการออกกำลังกายแบบแอโรบิก กับออกกำลังกายแบบใช้แรงต้าน การกินแคลอรีน้อยกว่าวันละ 1,000 แคลอรีอาจส่งผลให้สูญเสียกล้ามเนื้อได้
          เคล็ดลับ : ลดน้ำหนักด้วยการลดแคลอรีวันละ 250 และเผาผลาญ 250 แคลอรีด้วยการออกกำลังกาย จะช่วยให้คุณรักษาหรือเพิ่มกล้ามเนื้อได้ขณะลดเปอร์เซ็นต์ไขมันในร่างกายออกไปได้มากขึ้นด้วย

  จริงหรือไม่ที่ว่า ร่างกายคุณเผาผลาญแคลอรีมากขึ้น เมื่อย่อยอาหารและเครื่องดื่มเย็นเฉียบ
          จริง : แต่ก่อนที่จะตรงดิ่งไปกินไอศครีมขอบอกว่าความแตกต่างเล็กน้อยในแคลอรีไม่ส่งผลอะไรใดๆ ในโภชนาการของคุณหรอก มองในแง่ดี มีการศึกษาแนะว่าการดื่มน้ำเย็นอย่างน้อย 6 แก้วต่อวันจะช่วยคุณเผาผลาญแคลอรีได้ 10 แคลอรี ซึ่งเท่ากับครึ่งกิโลต่อปีโดยไม่ต้องทำอะไรเลย
          เคล็ดลับ : แม้ผลกระทบต่อการกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานจะน้อยนิด แต่ไม่เสียหายจะดื่มน้ำเย็นเพื่อเพิ่มศักยภาพการเผาผลาญพลังงานนี่นา

  จริงหรือไม่ที่ว่า อาหารเผ็ดร้อน จะช่วยเร่งการเผาผลาญพลังงาน
          จริง : พริกส่งความเผ็ดร้อนวูบวาบสามารถเร่งการเผาผลาญพลังงานและลดความหิวได้ การศึกษาพบว่าการกินพริกสับ 1 ช้อนโต๊ะ (ซึ่งเท่ากับเคปไซซิน 30 มก.) ส่งผลการกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานชั่วคราวได้ถึง 23%
          เคล็ดลับ : เหยาะพริกแดงสับในพาสต้าหรือสตูว์ พริกสดใส่ซัลซ่าได้อร่อยและเสริมรสชาติอาหารหลายจานได้ดีนัก

  จริงหรือไม่ที่ว่า การกินเกรฟฟรุตก่อนอาหารทุกมื้อช่วยเร่งการเผาผลาญพลังงาน
          ไม่จริง : เกรฟฟรุตไม่ได้สร้างความมหัศจรรย์อันใดกับการเผาผลาญพลังงานของคุณแต่ช่วยลดน้ำหนักได้ เกรฟฟรุตครึ่งลูกก่อนมื้ออาหาร ช่วยให้ลดน้ำหนักได้ 2 กิโลกรัม ใน 12 สัปดาห์ เพราะกากใยและน้ำทำให้อิ่มและช่วยให้กินน้อยลง
          เคล็ดลับ : กินเกรฟฟรุตสดครึ่งลูกก่อนอาหารจานหลัก

  จริงหรือไม่ที่ว่า การยกน้ำหนักช่วยกระตุ้นการเผาผลาญพลังงานมากกว่าการออกกำลังหัวใจ
          จริง : เมื่อคุณออกกำลังยกน้ำหนักจะช่วยเพิ่มกล้ามเนื้อ 1.3 กิโลกรัม และเพิ่มการเผาผลาญแคลอรีมากขึ้น 6-8% ดังนั้นเท่ากับเผาผลาญแคลอรีเพิ่มพิเศษวันละ 100 แคลอรี แต่การออกกำลังแบบแอโรบิกไม่ได้เพิ่มมวลกล้ามเนื้อ วิธีเพิ่มมวลกร้ามเนื้อคือ ออกกำลังกายแบบใช้แรงต้าน
          เคล็ดลับ : เน้นการออกกำลังที่กล้ามเนื้อใหญ่สุด ซึ่งจะช่วยสร้างมวลกล้ามเนื้อได้ ท่าวิดพื้นและท่าที่ต้องใช้การเคลื่อนไหวทั้งท่อนบนและท่อนล่างเวิร์กสุด

  จริงหรือไม่ว่า เชอเลอรีเป็น อาหารให้แคลอรีในทางลบเพราะการย่อยทำให้ใช้แคลอรีมากกว่าปริมาณแคลอรีที่ได้รับ
          ไม่จริง : การกินอาหารทำให้ร่างกายคุณเผาผลาญแคลอรีไปด้วย ขณะทำการย่อยอาหารและเครื่องดื่มต่างๆโดยขึ้นอยู่กับอาหารที่กิน เช่นโปรตีน ต้องอาศัยแคลอรีในการย่อยมากกว่าคาร์โบไฮเดรต เชอเลอรีขนาดกลางมีแค่ 6 แคลอรี
          เคล็ดลับ : ใส่เซอเลอรีในสลัด ผัดผักหรือซุปเพราะเป็นอาหารมีประโยชน์มีส่วนผสมทาไลด์ที่ลดความดันโลหิตได้

  จริงหรือไม่ที่ว่า ชาเร่งการเผาผลาญแคลอรีได้ตามธรรมชาติ
          จริง : คาทีชินในชาเขียวและชาอูลงช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมัน การศึกษากับสตรีญี่ปุ่นเทียบผลกระทบจากการดื่มชาเชียว ชาอูลงหรือน้ำในวันต่างๆ พบว่าชาอูลง 1 ถ้วยใหญ่เพิ่มการเผาผลาญพลังงานได้ถึง 10% ชาเขียว 4% เป็นเวลา 1.30 ชั่วโมง ซึ่งหมายความว่าเผาผลาญ 50 แคลอรีต่อวัน
          เคล็ดลับ : ดื่มชาเชียวหรือชาอูลงแทนกาแฟมื้อเช้าเพื่อให้คาเฟอีนปลุกการเผาผลาญพลังงานของคุณ บีบมะนาวใส่แทนนมเพื่อให้ดูดซึมคาทีชินได้มากขึ้นด้วย

  จริงหรือไม่ที่ว่า อาการโหยก่อนมีประจำเดือน เกี่ยวพันกับการกระตุ้นพลังงานเผาผลาญก่อนประจำเดือนมา
          จริง : อัตราการเผาผลาญพลังงานของเราที่พักอยู่จะเพิ่มขึ้นมาในระหว่างวงจรการมีประจำเดือน(วันหลังจากไข่สุกไปจนถึงวันแรกที่ประจำเดือนมา) การเผาผลาญพลังงานที่เราได้รับจากการมี ฮอร์โมนพุ่งเทียบเท่ากับวันละ 300 แคอลรี ซึ่งเป็นเหตุให้ร่างกายเกิดความอยากอาหารขึ้นมาในช่วงนี้
          เคล็ดลับ : จดบันทึกสิ่งที่คุณกินระหว่างสัปดาห์และในช่วงมีประจำเดือนพยายามรักษารูปแบบการกินตลอดทั้งเดือนเพื่อให้ได้ประโยชน์จากการเผาผลาญแคลอรีที่เกิดจากฮอร์โมนผลักดัน ถ้าอยากอาหารให้ระวังปริมาณที่กินเข้าไป

  จริงหรือไม่ที่ว่า ถ้าคุณมีเวลาจำกัด ควรออกกำลังกายแบบโหมหนักเพื่อให้พลังงานเผาผลาญในภายหลัง
      
    จริง : คนที่เคยออกกำลังกายแบบโหมหนักพบว่าอัตราการเผาผลาญพลังงานนานมากขึ้นในภายหลังเมื่อเทียบกับพวกที่ออกกำลังแต่พอประมาณ สามารถเผาผลาญแคลอรีได้ 10% ของแคลอรีทั้งหมดที่ใช้ไปในระหว่างการออกกำลังกาย  1 ชั่วโมงหลังการออกกำลังกาย ดังนั้นถ้าคุณออกกำลังคอมโบทั้งเดิน จ๊อกกิ้ง 4 ไมล์(ราว 400 แคลอรี)แทนแค่เดินเฉยๆ ก็อาจเผาผลาญแคลอรีเพิ่มได้ 40 แคลอรีในเวลาอีก 2-3 ชั่วโมงข้างหน้า
          เคล็ดลับ : เติมความเร็วในการออกกำลังเพิ่มอีกนิด เพิ่ม 3 นาทีสัปดาห์ละ 3 วันโดยหยุดพัก 2 นาที

  จริงหรือไม่ที่ว่า การกินโปรตีนมากขึ้นจะเร่งการเผาผลาญพลังงาน
          จริง : โปรตีนมีข้อดีในการเร่งการเผาผลาญพลังงานเมื่อเทียบกับไขมันหรือ ใช้คาร์โบไฮเดรตเพราะร่างกายต้องใช้พลังงานมากขึ้นในกระบวนการย่อย จากการศึกษาบอกว่าคุณอาจเผาผลาญแคลอรีเป็น 2 เท่าในการย่อยโปรตีน ในอาหารทั่วไปแคลอรี 14% มากจากโปรตีน ให้เพิ่มโปรตีนเป็น 2 (แล้วลดคาร์โบไฮเดรตแทนจะได้ไม่มีแคลอรีส่วนเกินเพิ่มขึ้นมา) แล้วคุณจะเผาผลาญแคลอรีได้วันละ 150-200
          เคล็ดลับ : กินโปรตีนมื้อละ 10-20 กรัม ลองโยเกิร์ตไขมันต่ำกับอาหารเช้า (13 กรัม) กินฮูมูนเป็นอาหารกลางวัน (10 กรัม) และแซลมอนแล่เป็นอาหารค่ำ (17 กรัม)


ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก : http://women.kapook.com/healthoo142/